แอล-คาร์นิ ทีน คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย และการรับประทานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แอล-คาร์นิ ทีน เป็นกรดอะมิโน 1 ในจำนวน 20 ชนิดที่เป็นโมเลกุลพื้นฐานหรือโมเลกุลที่เล็กที่ สุดของสารอาหารจำพวก
โปรตีน และแอลคาร์นิทีน ถือเป็นกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้จากกรดอะมิโนที่เป็นสาร
ตั้งต้น
2 ชนิดคือ กรดอะมิโนแอลไลซีน (L-lysine) และกรดอะมิโนเมไธโอนีน (Methionine) โดยจะ
ต้องมีวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ร่วมในกระบวนการสร้างกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนดังกล่าวมากมายหลาย
ชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินบี
6 หรือ Pyridoxin วิตามินบี 3 หรือ Niacin และ ธาตุเหล็ก

ดังนั้นถึงแม้ว่าร่างกายจะสามารถสร้างกรดอะมิโนแอล คาร์นิทีนได้ด้วยตนเองที่ตับ และไตแต่หากร่างกาย
ขาดปัจจัยตั้งแต่สารตั้งต้นและสารอื่น ๆที่เป็นปัจจัยร่วมในการสร้างดังกล่าวข้างต้น แม้เพียงอย่างใดอย่าง
หนึ่งก็อาจจะส่งผลทำให้ร่างกายเกิดภาวะบกพร่องหรือมีปริมาณกรดอะมิโนแอลคาร์ นิทีนไม่เพียงพอกับ
ความต้องการของร่างกายได้ ดังนั้นเราก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน จาก
อาหารโดยเฉพาะจากเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอด้วย

ในร่างกายของคนเราถูกสร้างขึ้นไปใช้ในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง สามารถพูดในภาพรวมได้ว่า แอล-คาร์นิทีน
ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็ถูกใช้สำหรับการทำ
งานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเรา
จากหน้าที่การทำงานพื้นฐานของสารชนิดนี้ทำให้นำมาใช้เป็นประเด็นหลักในการ สร้างโฆษณาให้เห็นว่าเมื่อ
กินเข้าไปแล้วคุณ จะอยู่นิ่งไม่ได้ รู้สึกคึกคัก คล้ายกับว่าร่างกายมีพลังงานมากเกิน

แอล-คาร์นิทีน ถูกสร้างขึ้นภายในตับและไตและนำไปเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อลายตัวอย่างเช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา
ของเรา นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปที่กล้ามเนื้อหัวใจ สมองและสเปิร์ม ซึ่งในส่วนของสเปิร์มนั้นจะทำให้เคลื่อน
ที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะแอล-คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงาน
สำหรับในอาหารจะพบสารแอล-คาร์นิทีนได้จากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เนื้อแดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผลไม้
ได้แก่ พวกผลอะโวกาโด(
Avocado) ธัญพืช ผักใบเขียว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก (tempeh)

คนที่รับประทานอาหารมังสะวิรัติอาจจะเกิดการขาด แอล-คาร์นิทีนได้ในบางครั้ง เนื่องจากแอล-คาร์นิทีน
พบได้ในเนื้อสัตว์ นมและถั่วหมักหรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาที่เกี่ยวกับการดูดซึมของระบบ ย่อยอาหาร
รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยขาดแอล-คาร์นิทีน (ซึ่งพบน้อยมาก) ที่อาจเกิดจากความผิดปกติของยีนหรือตับ
ไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีนและเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก
เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำและอาจมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น

คาร์นิทีนที่นำมาใช้นั้นมีหลายลักษณะ เช่นผลิตภัณฑ์บรรจุเม็ดและสารน้ำ เป็นต้น โดยนำมาเป็นผลิตภัณฑ์
เสริมที่ออกมาใช้และรู้จักกันอย่างแพร่หลายนั้นมีอยู่สามรูปแบบ

- รูปแบบแรก คือ แอล-คาร์นิทีน (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและ มีราคาถูกที่สุด
- รูปแบบที่สอง คือ แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine(LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่นำมาใช้
ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ (
Alzheimer) และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง
- รูปแบบสุดท้าย คือ แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน[L-propionylcarnitine(LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง
สุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและใช้ได้ผลดีกับ โรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด
ตามแขนขาอีกด้วย
 (peripheral vascular disease-PVD)

 ถ้าเรากินเข้าไปการดูดซึมของแอล-คาร์ นิทีนจะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่
ส่วนแพทย์สามารถให้แอล-คาร์นิทีนกับผู้ป่วยได้ทั้งทางเส้นเลือดและโดยการกิน

สำหรับแอล-คาร์นิทีนนั้นมีข้อควรรู้ดังนี้ คือ
1.คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลง ในเหตุผลแรกนี้ก็ชวนให้เราหลงใหลใคร่อยากกินคาร์นิทีนกันแล้ว
ที่คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลงก็เพราะเหตุผลที่ว่าเซลล์ในร่างกายทุก ๆเซลล์ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จาก
ระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจหรือเซลล์จากที่อื่น ๆของร่างกายทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อได้รับ
พลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิดและคาร์นิทีนนี่ เองทำให้เซลล์มีอายุ
ยืนนานขึ้น

2. คาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์(triglycerides)อยู่ในระดับต่ำและช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอล
ที่มีประโยชน์
(HDL-คอเรสเตอรอล) ในเลือด
3. คาร์นีทีนช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยมีผลทำให้ สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิด
ภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย (
1/3 ของสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจตาย)
4. คาร์นีทีน ช่วยให้น้ำหนักลดโดยเฉพาะการใช้ร่วมกับวิธีการที่เราลดอาหารจำพวกแป้งลงใน อาหารแต่
ละมื้อ

5. คาร์นีทีน ช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกาย
ได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายใด ๆ กับร่างกายเหมือนกับที่พบในสารสกัดจากพืชบางชนิด

6. คาร์นิทีนช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกาย เพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้นและป้องกันเนื้อเยื่อ
ไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ

7. คาร์นิทีนและ อะซีทีล-แอล-คาร์นีทีน(Acetyl-L-carnitine) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
ดีขึ้น

8. อะซีทีล-แอล-คาร์นีทีนช่วยลดความเสียหายของ เซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความเครียดและอาจมี
ส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็น
ไปมากกว่านี้

9. อะซีทีล-แอล-คาร์นีทีน มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวกและลดภาวะความเครียด
10. คาร์นิทีนช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเรา

แต่การใช้แอล-คาร์นิทีนมีข้อควรระวัง คือ สำหรับคนที่จะซื้อผลิตภัณฑ์แอล-คาร์นิทีนมาใช้ควรต้องระวัง
เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่าง ๆ เกิดขึ้นกับร่างกายได้และอาจจะเข้าทำปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ที่กินร่วมกัน
ดังนั้นในการใช้แต่ละครั้งควรอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์จะปลอดภัยกว่าและ ข้อควรจำให้ขึ้นใจคือ
สารทุกอย่างมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเองขึ้นกับปริมาณและช่วงจังหวะเวลาของ การใช้ ถึงแม้ว่า
แอล-คาร์นิทีน จะไม่ปรากฏผลข้างเคียงใด ๆ ที่เด่นชัดมากนัก แต่ก็มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไป
มากขนาด
5 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียนได้ ส่วนอาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่
อาจพบได้ เช่น มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัวและเกิดอาการผื่นแดง ในนักกีฬาหรือคนที่กิน
แอล-คาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬา เพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยทำให้ การทำงานของกล้ามเนื้อ
ดีขึ้น ก็ควรต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ
1 อาทิตย์ คือไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่อง
ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่อ อาหารโปรตีน เช่น ไข่ นมหรือข้าวสาลีไม่ควรกิน
ผลิตภัณฑ์ที่เสริม แอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง
2 ขวบและสตรีมีครรภ์ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าจำเป็นก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

  แอล-คาร์นิทีน กับบทบาทเพื่อการลดน้ำหนัก       

ซึ่งในความเป็นจริงนั้น หน้าที่หลักของ Carnitine จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าไปใช้ใน เซลล์
ต่างๆ ซึ่งในจุดนี้เองที่จะทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร Carnitine 
หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาเม็ดไขมันไปเผาผลาญแล้วละก็ ปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากไขมันสะสมก็จะ
เป็นเรื่องตามมาที่สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความอ้วน และการสะสม
ของไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และ นำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือด
สูงและมีความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึม
และเหนื่อยง่าย


กลไกการทำงานของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน

ในการศึกษาทางการแพทย์เราพบว่าร่างกายของเราจะมีการนำเอากรดไขมันอิสระ
(Free Fatty Acids) 
ที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อสร้างเป็นพลังงานสำหรับการทำ งานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ร่างกาย
ของเราต้องมีในแต่ละวันอยู่ตลอดเวลา
และพบว่าความสามารถของเซลล์ในการนำเอากรดไขมันอิสระที่ล่องลอยอยู่ในกระแส เลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อนำ
ไปเผาผลาญ เป็นพลังงานต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับสารประกอบทางเคมีตัวหนึ่งที่มีสูตรโครงสร้างหลักเป็นกรด
อะมิโนแอลคาร์นิทีน โดยสารเคมีเชิงซ้อนดังกล่าวจะอยู่ที่บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ และเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรีย
(Mitochondria Membrane) และมีหน้าที่ในการ นำพาโมเลกุลของไขมันอิสระเข้าสู่เซลล์และเข้าสู่
ไมโตคอนเดรีย

บางครั้งจึงเรียกสารประกอบเชิงซ้อนที่มีโมเลกุลขอ งกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนเป็นโครงสร้างหลักนี้ว่าโปรตีน
ตัวพา(
CarrierProteins)และพบว่าหากเยื่อ หุ้มเซลล์หรือร่างกายมีระดับของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนใน
ปริมาณต่ำ ก็จะส่งผลทำให้กระบวนการในการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้อยประสิทธิภาพตามไป ด้วยและ
เมื่อกระบวนการดังกล่าวด้อยประสิทธิภาพลงก็ย่อจะส่งผลทำให้กระบวนการสร้าง พลังงานแย่ลงไป อาจส่ง
ผลทำให้เกิดอาการอ่อนเปลี้ยหมดแรงในผู้สูงอายุบางคนหรือในเด็กที่มีอาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรงแพทย์ก็มัก
จะมีการสั่งจ่ายกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนเพื่อให้เด็กคนดังกล่าวสามารถสร้าง พลังงานจากกรดไขมันที่มีอยู่
ในร่างกายเพื่อที่ร่างกายจะได้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาได้ด้วยและนอกจากทำให้เกิด ภาวะหมดเรี่ยวแรงในบางคนแล้ว
ยังพบว่าการที่ร่างกายมีระบบเผาผลาญไขมันไม่ดีก็จะส่งผลทำให้เกิดภาวะการ สะสมไขมันดังกล่าวไว้ตาม
เนื้อเยื่อไขมันที่อยู่ทั่วไปในร่างกาย และสามารถก่อให้เกิดปัญหาน้ำหนักตัวหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้
ด้วยเช่นกัน


มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้ L-carnitine ในวงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้
ในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก จนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากมีการใช้
L-carnitine 
ขนาด
2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือการใช้ในนักกีฬา ก็มีการยืนยันว่าสามารถเพิ่มแรงสำหรับการ
ออกกำลังกายหนักๆ
เช่น วิ่งมาราธอน รวมทั้งมีการใช้ L-carnitine เพื่อช่วยให้การ ทำงานของกล้ามเนื้อ
หัวใจดีขึ้น

 

ในส่วนบทบาทในการลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม ดูเหมือนว่า L-carnitine จะเป็นคำตอบที่ดี ของคุณๆ
ที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ เนื่องจากมีการทดลองนำเอาเซลล์ไขมัน (
Adipose Tissue) 
ของคนอ้วนมาวิเคราะห์ พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี
Carnitine อยู่เหลือ เลย ดังนั้นจากความ
สัมพันธ์นี้เองทีมนักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า กลไกการลำเลียงไขมันเพื่อไปใช้ หาก ถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม
ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้ แต่หากให้สารชนิดนี้เพิ่มเข้าไป ก็จะส่งผลให้อัตราการเผาผลาญของ
ไขมันสะสมมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่สนับสนุนผล การลดไขมันสะสมของคนอ้วน โดยการศึกษาดังกล่าว
นักวิจัยได้ให้แบ่งวัยรุ่นที่อ้วนเป็น
2 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้รับประทาน L-carnitine ขนาด 2 g/วัน อีกกลุ่มได้
ยาหลอก (
Placebo) โดยทั้งสองกลุ่มถูกจำกัด อาหารให้มีแคลอรี่เท่าๆกัน และมีการออกกำลังกายขนาด
ปานกลางเหมือนกัน หลังจากนั้น
3 เดือน ต่อมาจึงทำการวัดน้ำหนักตัวอีกครั้ง พบว่ากลุ่มที่ได้รับ L-carnitine 
น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย
11 ปอน ด์ ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 2 ปอนด์ และปริมาณไขมันในกระแสเลือด
ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

คำแนะนำในการรับประทานแอลคาร์นิทีน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการรับประทานกรดอะมิโนแอลคาร์ นิทีนเพื่อให้ผลในการลดปริมาณไขมันในร่างกาย
นั้นจะต้องรับประทานควบคู่กับโปรแกรมการออกกำลังกาย เนื่องจากลักษณะการทำงานของกรดอะมิโน
แอลคาร์นิทีน นั้นเป็นการทำงานตามธรรมชาติ นั่นคือจะทำงานมากขึ้นเมื่อร่างกายมีความต้องการ และเมื่อ
ใดที่ร่างกายมีความต้องการ
? คำตอบก็คือ เมื่อร่างกายมีการออกกำลังกายหรือมีความต้องการพลังงานอย่าง
มาก ซึ่งก็จะเป็นเวลาที่ร่างกายของเราดึงเอากรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนมาใช้เพื่อ ช่วยดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่
ตามแหล่ง ๆ ของร่างกายให้ถูกย่อยสลายออกเป็นกรดไขมันอิสระในเลือด แล้วนำเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปย่อย
สลายหรือเผาผลาญเป็นพลังงานตามความต้องการของร่างกายอีกต่อหนึ่ง เนื่องจากกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน
เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ ดังนั้นยังไม่มีการวิจัยใดที่พบว่าการรับประทานกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนจะทำ
ให้เกิดอาการข้างเคียงหรือเกิดความเป็นพิษ

เปรียบให้เห็นภาพดังนี้นะครับปกติ เวลาออกกำลังกายไปซักพักร่างกายจะเริ่มใช้พลังงานจากไกลโคเจน
ก่อน จนหมดไปก็จะเริ่มไปดึงพลังงาน
จากไขมันสะสมตาม เนื้อเยื่อตามพุงเราออกมา L-Carnitine
ก็จะเริ่มมีบทบาทตรงนี้  ให้นึกภาพว่าเวลาออกกำลังกายจะมีรถ สามล้อเล็กๆมาขนไขมันจากพุงเราแล้ว
นำไปส่งให้เซลล์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน
แต่เมื่อใช้ L-Carnitine ร่วมด้วยจะเหมือนมีรถสิบล้อพ่วงมา
คอยช่วยขนไขมันเหล่านั้นไปเผาผลาญครับ
ต่างกันหลายเท่า

ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ วันละ 500 ถึง 2,000 มิลลิกรัม โดยไม่แนะนำให้รับประทานติดต่อกัน
เกินกว่า
6 เดือน เนื่องจากอาจจะทำให้ร่างกายของเราขาดกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ อีก 19 ชนิดได้ แต่ในผู้ที่
มีความจำเป็นต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานให้หยุดพักทุก
6 เดือน แล้วในระหว่างที่หยุดพักควร
รับประทานกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ ให้ครบทั้ง
20 ชนิดร่วมด้วย และการรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม
หรือไข่ ก็พบว่าสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน


ดังนั้น L-carnitine ซึ่งแม้ว่าจะพบมากในสัตว์เนื้อแดงก็ตาม แต่ปริมาณที่ได้จากการทานใน 1 วัน จะให้
กรดอะมิโนดังกล่าวเพียง
50-200 mg.เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงไขมันสะสมไปเป็นพลัง
งาน   ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าหากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ
L-carnitine ขนาด
500-1,000 mg./วัน  (1 cap 500 mg. หรือ แบบชนิดน้ำ 1000 mg/30 ml. สำหรับข้อดีในเรื่องการ
ออกฤทธิ์ที่เร็วขึ้น) น่าจะเป็นปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการลดน้ำหนัก และหากคุณมีดัชนีมวลร่างกาย (
BMI) 
มากกว่า
25 ปริมาณการใช้จะสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งมีงานวิจัยที่ยืนยันความปลอดภัยจาก การใช้ว่า L-carnitine 
ยังไม่มีผลทางลบแม้จะรับประทานในขนาดสูงถึง
4 g ./ วันก็ตาม ไม่แนะนำให้รับประทานติดต่อกันเกินกว่า
6 เดือน เนื่องจากอาจจะทำให้ร่างกายของเรา ขาดกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ อีก 19 ชนิดได้
แต่ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานให้หยุดพักทุก
6 เดือน แล้วในระหว่างที่หยุด
พักควรรับประทานกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ ให้ครบทั้ง
20 ชนิดร่วมด้วย และการรับประทานโปรตีนจากเนื้อ
สัตว์ นม หรือไข่ ก็พบว่าสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน

ที่มา:http://www.thailabonline.com/L-Carnitine.htm

6 Comments

  1. Trackback by LAWRENCE on June 30, 2010 2:21 pm

    < blockquote >< a href=”http://pillspot.org/”>PillSpot.org. Canadian Health&Care.Special Internet Prices.Best quality drugs.No prescription online pharmacy. Low price pills. Buy drugs online< /a >…

    Buy:Prevacid.Arimidex.Lumigan.Human Growth Hormone.100% Pure Okinawan Coral Calcium.Prednisolone.Synthroid.Mega Hoodia.Nexium.Petcam (Metacam) Oral Suspension.Valtrex.Retin-A.Zyban.Actos.Accutane.Zovirax….

  2. Trackback by lip on August 29, 2010 5:33 pm

    lip http://sremovenpkn.01DODGEPARTS.US/tag/chanel+gloss+lip/ : lip…

    chanel…

  3. Trackback by centrifugal on August 29, 2010 6:07 pm

    fan http://khpcetr.04FORDPARTS.US/tag/centrifugal+cooler+Inline+fan/ : centrifugal…

    centrifugal…

  4. Trackback by wash on August 30, 2010 4:37 am

    wash http://bhowtgybve.BESTPARTSPLUS.INFO/tag/6+bookcase+wash/ : wash…

    6…

  5. Trackback by Minivans on August 30, 2010 4:47 am

    lift http://smini4avke.BESTPARTSPLUS.INFO/tag/Vehicles+lift+Minivans/ : lift…

    Vehicles…

  6. Trackback by Furniture on August 30, 2010 3:05 pm

    Ashley http://sroundccq.bestpartsstore.info/tag/Ashley+Furniture+round+Set/ : Set…

    Set…

Comments RSS TrackBack Identifier URI

Leave a comment