การกินวิตามินเสริมในกลุ่ม antioxidant อาจทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

Cochrane Collaboration ซึ่งเป็นที่ที่มีการรวบรวม วิเคราะห์หลักฐานเกี่ยวกับการทดลอง และเก็บสถิติทางการแพทย์ ได้ทำการรวบรวมการวิจัยผลของการกินอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant — beta-carotene, วิตามิน A, วิตามิน C, วิตามิน E และ Selenium) เปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก (placebo) หรือการไม่ได้รับยาเลย ที่เคยตีพิมพ์ออกมาจำนวน 67 งานวิจัย และมีประชากรกลุ่มตัวอย่างรวมกัน 232,550 ราย โดยในจำนวนนี้ 21 งานวิจัยเป็นการเปรียบเทียบในกลุ่มประชากรที่แข็งแรง และ 46 งานวิจัยเปรียบในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคประจำตัว
พบว่าการกินอาหารเสริมในกลุ่ม antioxidant ไม่ได้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มที่ได้รับอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ antioxidant อยู่ที่ 13.1% เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับอาหารเสริมอยู่ที่ 10.5% เมื่อทำการวิเคราะห์ลงไปในแต่ละการทดลองแล้วพบว่า beta-carotene, วิตามิน A และวิตามิน E เพิ่มอัตราการเสียชีวิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และในส่วนของวิตามิน C และ Selenium นั้น ก็ยังไม่พบหลักฐานว่าสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้
ผลจากการรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ ผู้วิจัยจึงสรุปว่าหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน […]

Kanzius Machine: ความหวังใหม่ในการรักษาโรคมะเร็ง

CBS 13/4/51 รายการ 60 Minutes ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ Kanzius Machine ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นโดย John Kanzius นักประดิษฐ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคลื่นวิทยุ ผู้ซึ่งเคยล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) ร่วมกับทีมวิจัยของศาสตราจารย์ Steve Curley แห่ง M.D. Anderson เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายของผู้ป่วย โดยอาศัยแนวคิด และวิทยาการทางด้าน nanotechnology ร่วมกับการใช้คลื่นวิทยุ
หลักการของ Kanzius Machine คือ การฉีดอนุาคนาโนของทองคำที่มี antibody ที่เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งติดอยู่ด้วย เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้อนุาคขนาดเล็กเหล่านี้ไปจับกับเซลล์มะเร็ง ก่อนที่จะใช้คลื่นวิทยุเข้าไปสั่นสะเทือนอนุาคนาโนเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อน และฆ่าเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด
ปัญหาของแนวคิดนี้คือ จำเป็นต้องหาโมเลกุลที่มีความเฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็ง เพื่อให้อนุาคนาโนเหล่านี้เข้าไปจับ และทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง โดยที่ไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันออกไปในเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดด้วย
ขณะนี้การศึกษาค้นคว้ายังอยู่ในห้องทดลอง ซึ่งสามารถทำลายเซลล์มะเร็งที่ถูกฉีดอนุาคนี้เข้าไป แล้วกระตุ้นด้วยคลื่นวิทยุได้อย่างมีประสิทธิาพ และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าจะสามารถเริ่มการทดลองด้านคลินิก (clinical trial) ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า
ที่มา

บทความจาก Wired
เนื้อหารายการ 60 minutes มี […]

นักวิทยาศาสตร์ส่วนมากใช้ยาเพิ่มประสิทธิาพการทำงาน

รายงานผลสำรวจใหม่ล่าสุดที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Nature พบข้อมูลที่น่าตื่นตะลึงและไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นไปได้คือ คือนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของสถาบันการศึกษาใช้ยาในทางที่ผิด เพื่อเพิ่มประสิทธิาพในการคิดและการรับรู้
วารสาร Nature ได้รับผลสำรวจจากผู้เป็นสมาชิกวารสาร Nature เอง โดยได้สำรวจ 1,400 นักวิทยาศาสตร์จาก 60 ชาติ (70% จากอเมริกา) แม้ว่า 1 ใน 5 ของจำนวนนั้น จะยอมรับว่าเคยใช้ยาเพื่อเพิ่มสมาธิ แต่ 2 ใน 3 บอกว่าพวกเขารู้จักเพื่อนร่วมงานที่เคยใช้ และแม้จะรู้ว่า “เป็นเรื่องปกติที่จะเสี่ยงต่อผลข้างเคียงระดับเบา ๆ” เกือบ 70% ของนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้น ก็บอกว่าพวกเขาจะเพิ่มกำลังสมองด้วยการใช้ “ยาเพิ่มประสิทธิาพการรับรู้” โดยยาที่ใช้ 62% จะเป็นยา Ritalin 44% ใช้ยา Provigil และ15% ใช้ beta-blockers like Inderal โดยความถี่ที่ใช้มีตั้งแต่ทุกวันจนถึงเป็นปี
ยาที่ใช้เหล่านี้เป็นการใช้อย่างผิดกฏหมายโดยไม่ได้มีคำอนุญาตจากแพทย์ให้ใช้ยาดังกล่าวได้
ที่มา - foosci.com via slashdot.org
http://www.blognone.com/node/7488
Thai Share This