<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/2.2" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Dooo-Best มุมเล็กๆ ของคนรักสุขภาพ</title>
	<link>http://www.dooo-best.com</link>
	<description>มุมเล็กๆ ของคนรักสุขภาพ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Aug 2010 08:54:10 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>คุณแปรงฟันแบบนี้หรือเปล่า</title>
		<description>
 
 เราทุกคนต่างก็แปรงฟันกันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แล้วทำไมฟันถึงยังผุได้ คุณแน่ใจแล้วหรือยังว่าคุณแปรงฟันอย่างถูกวิธี

บางคนสักแต่ว่าแปรงฟัน ถูๆ ซ้ายทีขวาทีแล้วก็บ้วนปาก บางคนแปรงผิดวิธี แปรงนาน แปรงแรง หรือแปรงบ่อยเกินไป บางคนใช้แปรงสีฟันจนบานหมดสภาพ ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่เป็นผลดี

ดังนั้น เรามาเรียนรู้วิธีการแปรงฟันอย่างถูกวิธี เริ่มต้นจากเลือกอุปกรณ์ในการแปรงฟันให้เหมาะก่อนค่ะ

# แปรงสีฟัน

แปรงสีฟันที่ใช้ควรมีขนาดพอเหมาะกับช่องปาก แปรงที่ดีจะช่วยให้แปรงฟันได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก สามารถป้องกันการสึกกร่อนและอาการเสียวฟันที่อาจเกิดขึ้นได้ แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม ไม่มีความคม จะทำความสะอาดได้ดีกว่าแปรงสีฟันแข็งๆ เพราะการสปริงตัวของขนแปรงที่ดีจะช่วยให้ขนแปรงสามารถซอกซอนเข้าไปตามซอก ซึ่งเป็นที่สะสมของเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ได้อย่างทั่วถึง โดยไม่จำเป็นต้องแปรงฟันแรงๆ เพื่อให้ฟันสะอาด


# ยาสีฟัน

แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ จะเป็นส่วนเสริมที่ช่วยในการป้องกันฟันผุได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะช่วยลดสภาวะความเป็นกรดในช่องปาก และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน ยาสีฟันสำหรับเด็กจะมีปริมาณฟลูออไรด์น้อยกว่ายาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่

เมื่อเลือกอุปกรณ์ในการแปรงฟันได้แล้ว ก็มาถึงวิธีการแปรงฟันให้สะอาดค่ะ



ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะตอนเช้าและก่อนนอน โดยพยายามแปรงช้าๆ ให้ทั่วถึงทุกซี่ ทุกด้าน

คนส่วนใหญ่มักแปรงเข้าไปไม่ถึงฟันกรามซี่ที่อยู่ลึกที่สุดด้านที่ติด กับแก้ม หรือไม่ค่อยพิถีพิถันกับการแปรงฟันด้านในที่ติดกับลิ้นโดยเฉพาะฟันหน้า จึงกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฟันผุได้ง่าย ดังนั้น อาจเริ่มต้นแปรงฟันซี่ที่คุณคิดว่าแปรงได้สะอาดน้อยที่สุด เพื่อเน้นการทำความสะอาดบริเวณนั้นให้ดีที่สุด ก่อนที่จะแปรงซี่อื่นๆ ต่อไป

การแปรงฟันนั้นให้ใช้วิธีขยับและปัด ฟันบนให้ปัดลง ฟันล่างให้ปัดขึ้น โดยวางแปรงเอียง 45 ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=155</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตรวจร่างกายประจำปี จำเป็นแค่ไหน</title>
		<description>
  
แพทย์มักรณรงค์ให้ตรวจร่างกายประจำปี  อาจจะเป็นต้นปี ปลายปี หรือทุกๆ วันเกิด  เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำเมื่อครบรอบปี  เป็นการตรวจคัดกรองหาโรคหรือภาวะบางอย่างที่สามารถรักษาได้ในระยะแรก  ซึ่งการรักษาในระยะต้นๆ จะได้ผลดีกว่า  และอาจช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังต่างๆ ได้  แต่แพทย์ก็แนะนำให้เลือกตรวจเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่า  “เท่าที่จำเป็น”

สำหรับคนทั่วไป การตรวจร่างกายประจำปีจะประกอบไปด้วยการชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง ซึ่งจะช่วยประเมินภาวะน้ำหนักเกิน  การวัดความดันโลหิตจะช่วยตรวจว่ามีความดันโลหิตสูงหรือไม่

การตรวจเลือด จะทำให้ทราบความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด  ปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ช่วยตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง  วัดระดับน้ำตาลเพื่อตรวจหาเบาหวาน วัดระดับไขมันในเลือด คอเลสเตอรอล  ไตรกลีเซอร์ไรด์ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด  วัดระดับกรดยูริคซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคเก๊าท์  รวมทั้งตรวจการทำงานของตับและไต

การตรวจปัสสาวะว่ามีภาวะทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือไม่ และตรวจคัดกรองโรคไตบางชนิด

การตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิในอุจจาระ  และตรวจหาภาวะเลือดออกจากทางเดินอาหาร  หากมีเลือดในอุจจาระควรตรวจว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่

การเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อตรวจสภาพปอดและหัวใจ ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=154</link>
			</item>
	<item>
		<title>เกร็ดควรรู้เมื่อไปตรวจสุขภาพ</title>
		<description> เมื่อจะไปตรวจสุขภาพประจำปี เราควรเตรียมตัวและปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะมีผลต่อการตรวจ โดยมีข้อปฏิบัติต่างๆ ดังนี้

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรอดนอนก่อนวันตรวจสุขภาพ

- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มกาเฟอีนโดยเฉพาะในวันก่อนตรวจ
 
 - งดอาหารและน้ำ 8-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด  หากต้องการตรวจเฉพาะระดับน้ำตาลในเลือด ควรงดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง  แต่หากต้องการตรวจระดับไขมันในเลือดด้วย อาจต้องงดถึง 12 ชั่วโมง

- การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บางกรณีแพทย์จะระบุว่าไม่จำเป็นต้องงดอาหาร

- ควรไปถึงโรงพยาบาลในช่วงเช้า เพื่อไม่ให้ร่างกายอิดโรยเกินไป เพราะงดน้ำและอาหารมาหลายชั่วโมงแล้ว

- สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดที่ข้อพับแขน

- หากต้องตรวจภายในควรสวมกระโปรง และควรตรวจก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน

- หากทดสอบสมรรถภาพของหัวใจด้วยการวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) ควรสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เคลื่อนไหวสะดวก

- นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนตรวจวัดความดันโลหิต

- เมื่อเจาะเลือดแล้ว ควรใช้นิ้วมือกดเบาๆ  ลงบนพลาสเตอร์ที่ปิดไว้ตรงตำแหน่งที่เจาะ ประมาณ 5 นาที  จนกว่าเลือดจะหยุดไหล ไม่จำเป็นต้องพับแขน  และไม่ควรนวดคลึงบริเวณที่เจาะเลือด เพราะอาจทำให้เป็นรอยช้ำได้

- ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=153</link>
			</item>
	<item>
		<title>แอล-คาร์นิ ทีน คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย และการรับประทานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</title>
		<description>แอล-คาร์นิ ทีน  เป็นกรดอะมิโน         1         ในจำนวน 20         ชนิดที่เป็นโมเลกุลพื้นฐานหรือโมเลกุลที่เล็กที่ สุดของสารอาหารจำพวก
โปรตีน และแอลคาร์นิทีน          ถือเป็นกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้จากกรดอะมิโนที่เป็นสาร
ตั้งต้น        ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=152</link>
			</item>
	<item>
		<title>L-Carnitine คืออะไร ?</title>
		<description>คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ หลายคนนะ พอดีช่วงนี้ลองทาน L-Carnitine อยู่เลยอยากจะแชร์ความรู้ที่หามาได้ให้เพื่อนๆ เอาไว้อ่านเพื่อนพิจารณาก่อนรับประทาน


L-Carnitine  คืออะไร ?

เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะได้รับจากอาหารที่รับประทาน และได้รับจากการ
สังเคราะห์ ขึ้นมา

L-Carnitineสังเคราะห์มากจากกรดอะมิโนไลซีน  ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นมา
เองได้ โดยใช้ Vitamin B6  ,B5 ,Vitamin C ,เหล็ก และกรดอะมิโนเมไทโอนีน
ส่วนแหล่งอาหารที่มี  Carnitine ร่างกายจะได้รับมาจากเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ  โดยเฉพาะ
อย่าง ยิ่งเนื้อแดง เช่นเนื้อวัว และเนื้อหมู

Carnitine  มีหน้าที่ช่วยนำกรดไขมันเข้าไปเผาผลาญในไมโตคอนเดรีย (เพื่อเปลี่ยนให้
เป็นพลังงาน) คล้ายๆสายพานลำเลียงไขมันไปเผาผลาญนั่นแหละครับ

ซึ่ง ไมโตคอนเดรียจะทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน คล้ายๆแบตเตอรี่รถยนต์ครับ

สิ่งที่ผู้ผลิตอาหารเสริมบอกกับคุณ
ผู้ผลิตอาหารเสริมมักจะบอกว่า การได้รับ L-Carnitine  ที่เพียงพอจะช่วยเผาผลาญไขมัน
ได้มากขึ้น   และจะทำให้เซลล์นำไขมันไปเผาผลาญมากขึ้นแทนที่จะสะสมเป็น
“ไขมัน”

ดังนั้นจึงมีความคิดที่ว่า ถ้าให้ L-Carnitine มากขึ้น  ก็น่าที่จะเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น
ดังนั้นจึงมักใช้เป็นส่วน ประกอบของอาหารเสริมสำหรับนักกีฬาและอาหารเสริมลด
น้ำหนัก

สิ่งที่ผู้ผลิตอาหารเสริม ไม่ได้บอกให้คุณรู้
ทฤษฎีบอกว่าช่วยในการพากรดไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรียเพื่อใช้ในการเผา ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=151</link>
			</item>
	<item>
		<title>การขูดมดลูก</title>
		<description>
 
โดย นพ.ธีรศักดิ์  ธำรงธีระกุล  และ  ทีมแพทย์ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

1.1   การขูดมดลูก  คือ การใช้ห่วงเล็ก ๆ  สอดเข้าไปทางปากมดลูกเข้าไปในมดลูกเพื่อขูดผนังมดลูกเอาส่วนของการตั้งครรภ์  และ/หรือเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา  เพื่อการรักษาภาวการณ์ตั้งครรภ์ผิดปกติ การแท้งบุตร   การมีสิ่งแปลกปลอมในโพรงมดลูก   หรือเพื่อการวินิจฉัยสาเหตุกรณีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
การทำอาจมี ความรู้สึกเจ็บบ้าง จึงมีการทำภายใต้การให้ยาป้องกันและบรรเทาปวด   หรือให้ยาสลบ  แล้วแต่กรณีของผู้ป่วยที่มีสภาวะและสาเหตุแตกต่างกัน   หรือความถนัด, ความชำนาญของแพทย์ที่แตกต่างกัน

1.2  การขูด มดลูกที่เกิดจากการมีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก   จะทำด้วยเหตุผลเพื่อการพิสูจน์หาสาเหตุของเลือดออกผิดปกติโดยนำเนื้อเยื่อบุ โพรงมดลูกและเนื้อเยื่อบุของปากมดลูกไปตรวจหาพยาธิสภาพ  ซึ่งผลพลอยได้คือ  ทำให้เลือดที่ออกหยุดลงหรือทุเลาลงได้

ปกติจะไม่ทำเพื่อต้องการให้ เลือดหยุดอย่างเดียว  เพราะการทำให้เลือดหยุด (ในกรณีที่รู้สาเหตุแล้ว เช่น  รังไข่ทำงานผิดปกติ) สามารถทำได้โดยการให้ยาแก้

1.3  กรณีการ แท้งที่หยุดยั้งไม่ได้  (มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ปวดท้อง ปากมดลูกเปิด) หรือแท้งไม่ครบ  (มีการแท้งแล้ว แต่ส่วนของการตั้งครรภ์หลุดออกมาจากโพรงมดลูกไม่หมดทำให้ เลือดไม่หยุดไหล)  หรือแท้งค้าง ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=150</link>
			</item>
	<item>
		<title>10 ท่าลดพุง</title>
		<description>วันนี้มีท่าในการลดพุงของคุณมาให้ทำกัน 10 ท่า เริ่มจากทำท่าเหล่านี้ท่าละ 10 ครั้ง ต่อวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ

ท่าที่ 1



 ท่าที่ 2


 ท่าที่ 3


 ท่าที่ 4


 ท่าที่ 5


ท่าที่ 6



 ท่าที่ 7


 ท่าที่ 8


 ท่าที่ 9


 ท่าที่ 10

ที่มา:http://www.ladytip.com/main/content/view/70/75/ Thai Share This
 </description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=149</link>
			</item>
	<item>
		<title>ถุงน้ำของรังไข่ใช่เนื้องอกหรือเปล่า(ovarian cyst)</title>
		<description>

โดย นพ.ธีรศักดิ์ ธำรงธีระกุล และทีมแพทย์ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากวิาวดี

รัง ไข่เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ในอุ้งเชิงกรานอยู่ 2 ข้างซ้ายขวาของมดลูก มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศสตรีและทำให้เกิดมีไข่ตกสลับกันเดือนละ 1 ข้าง โดยการสร้างถุงไข่ที่บรรจุไข่อยู่ายใน ถุงไข่ที่จะตกไข่จะค่อยๆ โตขึ้นจนประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซ.ม. ก็แตกออก น้ำในถุงไข่ไหลออกมาพร้อมกับพาไข่ในถุงออกมาด้วย แล้วไข่ก็ถูกท่อนำไข่จับเข้าไปในท่อ

ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้น ไข่ก็มีโอกาสจะผสมกับอสุจิเป็นตัวอ่อนเคลื่อนไปฝังตัวที่มดลูก ถุงไข่ที่แตกและไข่หลุดออกไปแล้วจะเปลี่ยนสาพเป็นคอร์ปัสลูเตี่ยม (Corpus luteum) มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพื่อให้เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว คอร์ปัสลูเตียม อาจมีลักษณะเป็นถุงน้ำ หรือเป็นเนื้อสีเหลือง และมักจะหายไปเมื่อถึงรอบเดือนถัดไป

แล้วถุงน้ำรังไข่หมายถึงอะไร

ถุงน้ำรังไข่อาจเกิดจากการทำงานของรังไข่ หรืออาจเกิดจากโรคที่รังไข่ก็ได้

ถ้า เกิดจากการทำงานแปรปรวนของรังไข่ อาจเป็นถุงไข่ที่ไข่ไม่ตกแล้วค้างอยู่นานกว่าปกติ หรือเป็นถุงคอร์ปัสลูเตียมที่อยู่นานกว่าปกติ อาจมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 ซ.ม. แต่น้อยรายจะถึงขนาด 5-6 ซ.ม. แต่มันจะหายไปเอง ายใน 1-2 เดือนหลังจากพบ เป็นถุงน้ำรังไข่ที่มักพบบ่อยที่สุด

ถ้าถุงน้ำรังไข่ไม่ได้เกิดจากการคลาดเคลื่อนการทำงานของรังไข่ ก็เกิดได้จากโรค 2 อย่างคือ

1. เนื้องอกของรังไข่ ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง (เป็นส่วนมาก) หรือเป็นมะเร็ง(เป็นส่วนน้อย)

2. เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=148</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปวดคอ - ปวดไหล่</title>
		<description>ปวดคอ

ลำคอเป็นอวัยวะที่ต้องแบกรับน้ำหนักของศีรษะไว้ทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงเวลาเข้านอน    ลำคอมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด จึงมักเป็นจุดอ่อนที่จะเกิดอันตรายกับกระดูกคอได้ง่าย

สาเหตุของอาการปวดคอ

สาเหตุของอาการปวดคอมักเกิดจากอริยาบถที่ผิดสุขลักษณะในชีวิตประจำวัน อาทิ

	 นอนคว่ำเป็นประจำ นอนหมอนสูงเกินไป การสลัดคอ สลัดผม หรือใช้คอกับไหล่หนีบโทรศัพท์      เล่นดนตรีที่ จะต้องวางบนบ่าและใช้คอยันไว้
	งานที่ต้องเกร็งไหล่ทั้งสองข้าง หรือก้มๆ เงยๆ บ่อย เช่น เย็บผ้า พิมพ์ดีด      ใช้คอมพิวเตอร์
	 นั่งทำงานกับโต๊ะ เก้าอี้ที่ไม่ได้สัดส่วน
	 การนั่งหลับ หรือนั่งสัปปะหงก
	 อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของคอทันที เช่น รถชนท้าย ตกจักรยานยนต์      หกล้ม
	 การเจ็บป่วยอื่นๆ เช่น าวะข้อเสื่อม โรครูมาตอยด์ ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=147</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปวดคอและไหล่ต้องปฏิบัติตนอย่างไร</title>
		<description>สาเหตุ
-กระดูกคอได้รับอันตรายโดยตรงหรือโดยอ้อม
-กล้ามเนื้อคอ ทำงานหนักเกินไป จากการเปลี่ยนท่าโดยกระทันหัน ความเมื่อยล้า
-โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังส่วนคอ เช่น กระดูกเสื่อม

การปฏิบัติตน
๑. ไม่อยู่ในอริยาบทเดียวนานๆ
๒. ไม่ก้มหรือเงยมากเกินไปไม่หมุนคออย่างเร็ว
๓. หลีกเลี่ยงการก้มๆเงยๆการนอนศรีษะสูง
๔. ไม่นั่งหลังค่อม-สัปหงก และไม่นั่งหลับขณะรถวิ่ง
๕. โต๊ะทำงานสูงพอกับระดับ มือศอกสูงกว่าระดับโต๊ะเล็กน้อย เก้าอี้มีที่วางเเขน
๖. ลุกและลงนอนใช้ท่านอนตะแคงขึ้น และลงโดยใช้ข้อศอกยันพื้น ไม่ควรนอนคว่ำ
๗. ที่นอนและหมอนแน่นพอดี หมอนกว้างรับส่วนแอ่นของคอในท่านอนหงายและสูงเท่าระดับไหล่
๘. ถ้าปวดรุนแรงให้ใช้น้ำอุ่นประคบ ถ้าไม่ทุเลาไปพบแพทย์
๙. ถ้ามีอาการปวดท้องห้ามเดินทาง ในถนนที่ขรุขระ มีหลุมบ่อห้ามเล่นกีฬาที่กระทบกระเทือนต่อคอ เช่น กระโดดเชือก แบดมินตัน
๑๐. บริหารกล้ามเนื้อคอและไหล่สม่ำเสมอ

หลักทั่วไปในการบริหารคอและไหล่
-อย่าหักโหม โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นเคลื่อนไหวช้า ๆ และระมัดระวัง
-ถ้าปวดมาก ๆ ไปพบแพทย์

อาการปวดคอ และไหล่ เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการที่กล้ามเนื้อคอทำงานมากเกินไป เกิดจากอุบัติเหตุ หรือจากโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังส่วนคอ เช่น กระดูกเสื่อม เหล่านี้มีข้อควรระวัง และท่าบริหารคอและไหล่ เพื่อที่จะได้บรรเทาจากการเจ็บปวด

ท่าบริหารคอและไหล่


ท่าที่ 1  วิธีการปฏิบัติ
1. หมุนศีรษะไปทางขวาช้า ๆ ค้างไว้ 3 ...</description>
		<link>http://www.dooo-best.com/?p=146</link>
			</item>
</channel>
</rss>
